มีกระบวนการเชื่อมหลายชนิดด้วยกันแต่ที่จะกล่าวถึงนั้นคือ
การเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ที่รู้จักและเรียกกันว่า
การเชื่อมไฟฟ้าด้วยมือ ที่มาของกระบวนการนี้ มีที่มาอยู่ 2 ที่ ระบุไว้ชัดเจนว่า ทางประเทศแถบยุโรปจะเรียกว่า
Manual Metal Arc (MMA) และทางประเทศแถบอเมริกาจะเรียกว่า
Shielded Metal Arc Welding (SMAW) ซึ่งทั้งสองอย่างที่กล่าวมาแล้วก็มีหลักการเหมือนกัน คือ การเปลื่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนเพื่อหล่อมละลายลวดเชื่อมไห้ติดกับชิ้นงานที่ต้องการ และมุ่งหวังให้ได้แนวเชื่อมที่แข็งแรงสมบูรณ์ จึงมีการออกแบบ
เครื่องเชื่อมและ
ลวดเชื่อม ที่เหมาะสมกับวัสดุงานแต่ละชนิดแต่ละประเภท ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ควรเลือกให้ถูกต้องเหมาะสม
กระบวน
การเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์โดยทั่วไปที่ไม่ต้องการความแข็งแรงมาก แต่ผู้ที่จะปฎิบัติงานควรทราบ หลักการ โดยเบื้องต้นว่า การหลอมละลายของ
ลวดเชื่อมและเนื้อโลหะ ตรงบริเวณจุดที่หลอมละลายจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5000 OC หรือประมาณ 9000 OF ดังนั้น จึงต้องทำความเข้าใจแบบเบื้องต้นว่าความร้อนที่ได้มานั้นมีความสำคัญอย่างไร
เครื่องเชื่อมควรเป็นชนิดใด ลวดเชื่อมและโลหะที่จะทำการเชื่อมเหมาะสมกันหรือไม่รวมทั้งผู้ที่จะเชื่อมมีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง
การเชื่อมไฟฟ้ามากน้อยอย่างไรเรื่องแรกที่ต้องทำความเข้าใจก่อนคือ
เครื่องเชื่อมหรือ
ตู้เชื่อม สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าออกมาได้เป็น 2ประเภทคือ
กระแสตรงและกระแสสลับ การที่จะพิจารณาเลือกซื้อ
เครื่องเชื่อมควรเลือกตามรายการข้างต้นดังนี้กระแสไฟฟ้า กำลังของแอมป์ กระแสและแอมป์ที่ต้องการคือ 16-40 โวลต์ และแอมป์ที่ 20-550 แอมป์ รวมทั่ง
สายเชื่อมควรมีขนาดที่เหมาะสมกับ
เครื่องเชื่อมเพื่อไห้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด
เครื่องเชื่อมขนาดใหญ่กับ
เครื่องเชื่อมขนาดเล็กก็มีข้อดีและข้อด้อยที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น
เครื่องเชื่อมขนาดใหญ่สามารถเชื่อมขนาดของ
ลวดเชื่อมที่มีขนาดของ ความโต Diameter
ลวดเชื่อมมากกว่า Ø 4 MM. ได้และสามารถ
เชื่อมแบบไม่ต้องพักเครื่องได้ การบำรุงรักษาเครื่องไม่ยุ่งยาก รวมทั้งไม่ค่อยเกิดความเสียหายกับตัวเครื่อง ข้อเสียคือ การเคลื่ยนย้ายทำได้ยากลำบาก ใช้กระแสไฟฟ้ามาก
เครื่องเชื่อมขนาดเล็กหรือที่นิยมเรียกว่า
อินเวอร์เตอร์ สามารถเชื่อม ขนาดของ
ลวดเชื่อมที่มีขนาดของความโต Diameter ลวดเชื่อมน้อยกว่า Ø 3.2 MM. ได้แต่ไม่สามารถเชื่อมงานได้ตลอดทั้งวัน การบำรุงรักษาเครื่องต้องระมัดระวังและต้องตรวจสอบอยู่เสมอ ข้อดี การเคลื่ยนย้ายทำง่ายพกพาได้สะดวก ใช้กระแสไฟฟ้าน้อย การทำความเขา้ ใจเกี่ยวกับลวดเชื่อมหุ้มฟลัคซ์หรือที่เรียกว่า(
ธูปเชื่อม)หน้าที่ของฟลัคซ์ คือเป็นตัวป้องกันอากาศจากภายนอก หรือสิ่งปนเปื้อนและสิ่งแปลกปลอมไม่ไห้เข้าสู่เนื้อเชื่อมพร้อมทั้งดึงสารมลทินต่าง ๆ ที่อยู่ในแนวเชื่อมออกมาจากแนวเชื่อมส่วนที่สำคัญคือ ไม่ต้องการไห้มีก๊าซออกซิเจนหรือก๊าซไฮโดรเจนเข้าไปผสมอยู่ในแนวเชื่อม แต่ในบางกรณีที่ต้องการความแข็งแรง ก็จะมี
การเติมผงโลหะเข้าไปผสมอยู่ในฟลัคซ์ด้วยเช่นกัน ขนาดของลวดเชื่อมโดยทั่วไป จะมีความยาวอยู่ที่ 230 ถึง 460MM. ตามแต่ผู้ผลิต ขนาดขายจะมีตั้งแต่ 2,5,20 กิโลกรัม ชนิดของโลหะที่จะเชื่อมต้องสามารถระบุได้ว่าเป็นโลหะประเภทใด อาทิ เช่น เหล็กและเหล็กกล้า อัลลอย สเตนเลส เหล็กหล่อ อลูมิเนียมและอลูมิเนียมผสมทองแดงและทองแดงผสม นิเกิลและนิเกิลผสม รวมถึงการเชื่อมพอกผิวหน้าของชิ้นงาน ซึ่งโลหะแต่ละชนิดต้องการลวดเชื่อมที่แตกต่างกัน ใน
ลวดเชื่อมก็จะมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน ตัวอย่าง การเลือกซื้อ
ลวดเชื่อมที่วางขายอยู่ในตลาดปัจจุบัน ให้พิจารณาดูที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.1 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น เหล็กและเหล็กกล้า ตัวอย่าง เช่น หากไม่ต้องการไห้แนวเชื่อมมีความแข็งแรงมาก จะต้องเลือกที่ ElectrodeClassification E6010 แต่หากต้องการไห้แนวเชื่อมมีความแข็งแรงมาก จะต้องเลือกที่ Electrode ClassificationE7018 แต่
ลวดเชื่อมที่มีความแข็งแรงมากจะต้องมีกรรมวิธีการยุ่งยากมากขึ้น คือ ต้องมีการอบลวดเชื่อมก่อนนำไปเชื่อมเพื่อไห้ได้แนวเชื่อมที่สมบูรณ์และแข็งแรง ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.5 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น โลหะผสมหรือที่เรียกว่าอัลลอย ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.4 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็นสเตนเลส ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนวา่ AWS A 5.15 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็นเหล็กหล่อ ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.3 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น อลูมิเนียมและอลูมิเนียมผสม ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.6 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น ทองแดงและทองแดงผสมชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.11 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น นิเกิลและนิเกิลผสม ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.13 หรือ A 5.21 สามารถเชื่อมชิ้นที่ต้องการพอกผิวหน้าชิ้นงานเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนต่อการกัดกร่อนรวมทั้งใช้ที่อุณหภูมิสูง ชิ้นงานและความหนา ขนาดรูปร่างที่ต้องการเชื่อมความหนาที่แนะนำ เหล็กโครงสร้าง เหล็กแผ่น ท่อ อื่น ๆ ความหนาต่ำสุดของ
การเชื่อมไฟฟ้า ความหนาที่ต้องการ ควรไม้น้อยกว่า 1.6 MM. แต่ความหนาที่แนะนำที่สามารถเชื่อมได้ง่ายและเชื่อมได้ดี คือ 3 - 38 MM.แต่หากมีความหนาที่มากกว่า หรือน้อยกว่าควรจะใช้กระบวน
การเชื่อมแบบอื่นแทน บุคคลที่จะทำการเชื่อมหรือผู้ปฏิบัติงาน
การเชื่อมไฟฟ้าด้วยมือ โดยใช้ลวดเชื่อมหุ้มฟลัคซ์ เป็นการเชื่อมผสานโลหะให้ติดกันแบบง่าย ๆและรวดเร็ว พร้อมทั้งยังมีความแข็งแรงสูง โดยไม่ต้องใช้ทักษะและวิธีการยุ่งยากเหมือนกับกระบวนการเชื่อมแบบอื่น ๆ เพียงแต่ ผู้ที่จะทำงานเกี่ยวกับ
งานเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
เครื่องเชื่อมกำลังไฟฟ้าที่ใช้
ลวดเชื่อม โลหะที่จะเชื่อม เพื่อให้เหมาะสมและลดต้นทุน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า หากมีความเข้าใจมากขึ้นรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้ปฎิบัติงานส่วนบุคคล อาทิเช่น ถุงมือ
เชื่อมไฟฟ้าและ
หน้ากากเชื่อมหรือ
แว่นกร่องแสง เป็นต้น
เทคนิคและวิธีการต่าง ๆ เกี่ยวกับ
งานเชื่อมโลหะ ก่อนที่จะทำการเชื่อมชิ้นงานต้องทำความสะอาดชิ้นงานที่ต้องการเชื่อมเสมอ ชิ้นงานที่ผ่านการทำสีมาต้องเจียรออกหรือขัดผิวสีออก ตรงบริเวณที่ต้องการเชื่อมเพื่อเอาสิ่งที่ปนเปื่อนหรือสิ่งแปลงปลอมและสิ่งมลทินต่าง ๆ ออกจากชิ้นงาน ก่อนทำการเชื่อมชิ้นงานหากเป็นไปได้ไห้นำสายกราวด์ไว้ไกล้ที่สุดกับจุดที่จะเชื่อมมากที่สุดเนื่องจาก
การอาร์คของกระแสเชื่อมจะเกิดความเสียหายแก่อุปกรณ์อื่น ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น รถยนต์ ต้องถอดเบตเตอร์รี่ออกจากขั้วไฟฟ้า หรือเครื่องมืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นอีเลคทรอนิกส์และอุปกรณ์วัดคุมต่าง ๆ เพราะที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นเครื่องมืออุปกรณ์อ่อนไหวอาจทำไห้เกิดความเสียหายได้หรือประมวลผลไห้ค่าที่ผิดเพี้ยนไป กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการเชื่อมชิ้นงานจะมากหรือน้อยนั้นจะอยู่ที่ความหนาของชิ้นงาน หรือดูได้จากข้างกล่องลวดเชื่อมที่บอกไว้ แต่หากเชื่อมชิ้นงานแล้วมีเม็ดเหล็กกระเด็นออกมาเป็นจำนวนมาก นั้นอาจเกิดจากการปรับไฟแรงเกินไปหรือช่องว่างระหว่างชิ้นงานกับลวดเชื่อมห่างกันเกินไป การประกอบชิ้นงานก่อนทำ
การเชื่อมก็เช่นกัน ค่าที่แนะนำช่องว่างที่จะเชื่อมระหว่างชิ้นงานชิ้นที่ 1 ถึงชิ้นที่ 2 ควรมีระยะห่างอยู่ที่ 3 - 5 MM. แต่หากชิ้นงานที่มีความหนามากกว่า 15 MM. ควรมีการอุ่นชิ้นงานด้วยการเผาชิ้นงาน ที่ความร้อนประมาณ 150 OC แต่ต้องควบคุมความร้อนไม่ไห้เกิน 200 OC ก่อนทำการเชื่อม