ขายถังขยะกทม|เครื่องปั่นไฟดีเซล|เครื่องดูดฝุ่น|Kacher|ปั๊มน้ำจากญี่ปุ่น
คุณกำลังอยู่ที่หน้า: หน้าแรก > บทความ > พื้นฐานงานเชื่อมโลหะ
สินค้า
ถังขยะ
  ถังขยะพลาสติก
  ถังขยะสแตนเลส
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
  เครื่องฉีดน้ำ งานทั่วไป
  เครื่องฉีดน้ำเย็น งานหนัก
  เครื่องฉีดน้ำร้อน งานหนัก
เครื่องดูดฝุ่น
  เครื่องดูดฝุ่น(ดูดฝุ่นแห้ง)
  เครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำ
เครื่องขัดพื้น
  เครื่องขัดพื้นทั่วไป
  เครื่องขัดพื้นอัตโนมัติ
เครื่องกวาดพื้น
  เครื่องกวาดพื้น | ธรรมดา
  เครื่องกวาดพื้น | เดินตาม
  เครื่องกวาดพื้น | นั่งขับ
เครื่องซักพรม
อุปกรณ์ทำความสะอาด
  เครื่องมือทำความสะอาด
  วัสดุสิ้นเปลือง
  พรมดักฝุ่น
พลาสติก
  ออกแบบผลิตภัณฑ์
  พาเลท
  กล่องใส่อาหาร
เครื่องเชื่อม | ตัดโลหะ
  Welpro | JaSic
  เครื่องตัดพลาสม่า
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  เครื่องปั่นไฟ | เบนซิน
  เครื่องปั่นไฟ | ดีเซล
  เครื่องยนต์ | เครื่องเรือ
ปั๊มน้ำ
  ปั๊มหอยโข่ง
  ปั๊มไดโว่ | ปั๊มจุ่ม
  ปั๊มอัตโนมัติ
  ปั๊มติดเครือง | ปั๊มอื่นๆ
เครื่องมือช่าง
  Makita | BOSCH
  เครื่องมือทั่วไป | ก่อสร้าง
  เครื่องตัดหญ้า
หลอดไฟ | LED
  LED | Origin
  LED | SpotLight
  LED | DownLight
  LED | Landscape
  LED | ExplosionProof

มาตราหมวดหมู่

สินค้าล่าสุด

พื้นฐานงานเชื่อมโลหะ
วีรชัย / 2011-06-30

 
 
          มีกระบวนการเชื่อมหลายชนิดด้วยกันแต่ที่จะกล่าวถึงนั้นคือ การเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ที่รู้จักและเรียกกันว่าการเชื่อมไฟฟ้าด้วยมือ ที่มาของกระบวนการนี้ มีที่มาอยู่ 2 ที่ ระบุไว้ชัดเจนว่า ทางประเทศแถบยุโรปจะเรียกว่า Manual Metal Arc (MMA) และทางประเทศแถบอเมริกาจะเรียกว่า Shielded Metal Arc Welding (SMAW) ซึ่งทั้งสองอย่างที่กล่าวมาแล้วก็มีหลักการเหมือนกัน คือ การเปลื่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนเพื่อหล่อมละลายลวดเชื่อมไห้ติดกับชิ้นงานที่ต้องการ และมุ่งหวังให้ได้แนวเชื่อมที่แข็งแรงสมบูรณ์ จึงมีการออกแบบ เครื่องเชื่อมและลวดเชื่อม ที่เหมาะสมกับวัสดุงานแต่ละชนิดแต่ละประเภท ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ควรเลือกให้ถูกต้องเหมาะสม
         
          กระบวนการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์โดยทั่วไปที่ไม่ต้องการความแข็งแรงมาก แต่ผู้ที่จะปฎิบัติงานควรทราบ หลักการ โดยเบื้องต้นว่า การหลอมละลายของลวดเชื่อมและเนื้อโลหะ ตรงบริเวณจุดที่หลอมละลายจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5000 OC หรือประมาณ 9000 OF ดังนั้น จึงต้องทำความเข้าใจแบบเบื้องต้นว่าความร้อนที่ได้มานั้นมีความสำคัญอย่างไร เครื่องเชื่อมควรเป็นชนิดใด ลวดเชื่อมและโลหะที่จะทำการเชื่อมเหมาะสมกันหรือไม่รวมทั้งผู้ที่จะเชื่อมมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเชื่อมไฟฟ้ามากน้อยอย่างไรเรื่องแรกที่ต้องทำความเข้าใจก่อนคือ เครื่องเชื่อมหรือตู้เชื่อม สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าออกมาได้เป็น 2ประเภทคือ กระแสตรงและกระแสสลับ การที่จะพิจารณาเลือกซื้อ เครื่องเชื่อมควรเลือกตามรายการข้างต้นดังนี้กระแสไฟฟ้า กำลังของแอมป์ กระแสและแอมป์ที่ต้องการคือ 16-40 โวลต์ และแอมป์ที่ 20-550 แอมป์ รวมทั่งสายเชื่อมควรมีขนาดที่เหมาะสมกับเครื่องเชื่อมเพื่อไห้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด เครื่องเชื่อมขนาดใหญ่กับเครื่องเชื่อมขนาดเล็กก็มีข้อดีและข้อด้อยที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นเครื่องเชื่อมขนาดใหญ่สามารถเชื่อมขนาดของลวดเชื่อมที่มีขนาดของ ความโต Diameter ลวดเชื่อมมากกว่า Ø 4 MM. ได้และสามารถเชื่อมแบบไม่ต้องพักเครื่องได้ การบำรุงรักษาเครื่องไม่ยุ่งยาก รวมทั้งไม่ค่อยเกิดความเสียหายกับตัวเครื่อง ข้อเสียคือ การเคลื่ยนย้ายทำได้ยากลำบาก ใช้กระแสไฟฟ้ามาก เครื่องเชื่อมขนาดเล็กหรือที่นิยมเรียกว่า อินเวอร์เตอร์ สามารถเชื่อม ขนาดของลวดเชื่อมที่มีขนาดของความโต Diameter ลวดเชื่อมน้อยกว่า Ø 3.2 MM. ได้แต่ไม่สามารถเชื่อมงานได้ตลอดทั้งวัน การบำรุงรักษาเครื่องต้องระมัดระวังและต้องตรวจสอบอยู่เสมอ ข้อดี การเคลื่ยนย้ายทำง่ายพกพาได้สะดวก ใช้กระแสไฟฟ้าน้อย การทำความเขา้ ใจเกี่ยวกับลวดเชื่อมหุ้มฟลัคซ์หรือที่เรียกว่า(ธูปเชื่อม)หน้าที่ของฟลัคซ์ คือเป็นตัวป้องกันอากาศจากภายนอก หรือสิ่งปนเปื้อนและสิ่งแปลกปลอมไม่ไห้เข้าสู่เนื้อเชื่อมพร้อมทั้งดึงสารมลทินต่าง ๆ ที่อยู่ในแนวเชื่อมออกมาจากแนวเชื่อมส่วนที่สำคัญคือ ไม่ต้องการไห้มีก๊าซออกซิเจนหรือก๊าซไฮโดรเจนเข้าไปผสมอยู่ในแนวเชื่อม แต่ในบางกรณีที่ต้องการความแข็งแรง ก็จะมีการเติมผงโลหะเข้าไปผสมอยู่ในฟลัคซ์ด้วยเช่นกัน ขนาดของลวดเชื่อมโดยทั่วไป จะมีความยาวอยู่ที่ 230 ถึง 460MM. ตามแต่ผู้ผลิต ขนาดขายจะมีตั้งแต่ 2,5,20 กิโลกรัม ชนิดของโลหะที่จะเชื่อมต้องสามารถระบุได้ว่าเป็นโลหะประเภทใด อาทิ เช่น เหล็กและเหล็กกล้า อัลลอย สเตนเลส เหล็กหล่อ อลูมิเนียมและอลูมิเนียมผสมทองแดงและทองแดงผสม นิเกิลและนิเกิลผสม รวมถึงการเชื่อมพอกผิวหน้าของชิ้นงาน ซึ่งโลหะแต่ละชนิดต้องการลวดเชื่อมที่แตกต่างกัน ในลวดเชื่อมก็จะมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน ตัวอย่าง การเลือกซื้อลวดเชื่อมที่วางขายอยู่ในตลาดปัจจุบัน ให้พิจารณาดูที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.1 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น เหล็กและเหล็กกล้า ตัวอย่าง เช่น หากไม่ต้องการไห้แนวเชื่อมมีความแข็งแรงมาก จะต้องเลือกที่ ElectrodeClassification E6010 แต่หากต้องการไห้แนวเชื่อมมีความแข็งแรงมาก จะต้องเลือกที่ Electrode ClassificationE7018 แต่ลวดเชื่อมที่มีความแข็งแรงมากจะต้องมีกรรมวิธีการยุ่งยากมากขึ้น คือ ต้องมีการอบลวดเชื่อมก่อนนำไปเชื่อมเพื่อไห้ได้แนวเชื่อมที่สมบูรณ์และแข็งแรง ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.5 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น โลหะผสมหรือที่เรียกว่าอัลลอย ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.4 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็นสเตนเลส ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนวา่ AWS A 5.15 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็นเหล็กหล่อ ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.3 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น อลูมิเนียมและอลูมิเนียมผสม ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.6 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น ทองแดงและทองแดงผสมชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.11 สามารถเชื่อมชิ้นงานที่วัสดุเป็น นิเกิลและนิเกิลผสม ชนิดต่อไปที่ข้างกล่องเขียนว่า AWS A 5.13 หรือ A 5.21 สามารถเชื่อมชิ้นที่ต้องการพอกผิวหน้าชิ้นงานเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนต่อการกัดกร่อนรวมทั้งใช้ที่อุณหภูมิสูง ชิ้นงานและความหนา ขนาดรูปร่างที่ต้องการเชื่อมความหนาที่แนะนำ เหล็กโครงสร้าง เหล็กแผ่น ท่อ อื่น ๆ ความหนาต่ำสุดของการเชื่อมไฟฟ้า ความหนาที่ต้องการ ควรไม้น้อยกว่า 1.6 MM. แต่ความหนาที่แนะนำที่สามารถเชื่อมได้ง่ายและเชื่อมได้ดี คือ 3 - 38 MM.แต่หากมีความหนาที่มากกว่า หรือน้อยกว่าควรจะใช้กระบวนการเชื่อมแบบอื่นแทน บุคคลที่จะทำการเชื่อมหรือผู้ปฏิบัติงาน การเชื่อมไฟฟ้าด้วยมือ โดยใช้ลวดเชื่อมหุ้มฟลัคซ์ เป็นการเชื่อมผสานโลหะให้ติดกันแบบง่าย ๆและรวดเร็ว พร้อมทั้งยังมีความแข็งแรงสูง โดยไม่ต้องใช้ทักษะและวิธีการยุ่งยากเหมือนกับกระบวนการเชื่อมแบบอื่น ๆ เพียงแต่ ผู้ที่จะทำงานเกี่ยวกับงานเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมกำลังไฟฟ้าที่ใช้ ลวดเชื่อม โลหะที่จะเชื่อม เพื่อให้เหมาะสมและลดต้นทุน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า หากมีความเข้าใจมากขึ้นรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้ปฎิบัติงานส่วนบุคคล อาทิเช่น ถุงมือชื่อมไฟฟ้าและหน้ากากเชื่อมหรือแว่นกร่องแสง เป็นต้น
         
          เทคนิคและวิธีการต่าง ๆ เกี่ยวกับงานเชื่อมโลหะ ก่อนที่จะทำการเชื่อมชิ้นงานต้องทำความสะอาดชิ้นงานที่ต้องการเชื่อมเสมอ ชิ้นงานที่ผ่านการทำสีมาต้องเจียรออกหรือขัดผิวสีออก ตรงบริเวณที่ต้องการเชื่อมเพื่อเอาสิ่งที่ปนเปื่อนหรือสิ่งแปลงปลอมและสิ่งมลทินต่าง ๆ ออกจากชิ้นงาน ก่อนทำการเชื่อมชิ้นงานหากเป็นไปได้ไห้นำสายกราวด์ไว้ไกล้ที่สุดกับจุดที่จะเชื่อมมากที่สุดเนื่องจาก การอาร์คของกระแสเชื่อมจะเกิดความเสียหายแก่อุปกรณ์อื่น ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น รถยนต์ ต้องถอดเบตเตอร์รี่ออกจากขั้วไฟฟ้า หรือเครื่องมืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นอีเลคทรอนิกส์และอุปกรณ์วัดคุมต่าง ๆ เพราะที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นเครื่องมืออุปกรณ์อ่อนไหวอาจทำไห้เกิดความเสียหายได้หรือประมวลผลไห้ค่าที่ผิดเพี้ยนไป กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการเชื่อมชิ้นงานจะมากหรือน้อยนั้นจะอยู่ที่ความหนาของชิ้นงาน หรือดูได้จากข้างกล่องลวดเชื่อมที่บอกไว้ แต่หากเชื่อมชิ้นงานแล้วมีเม็ดเหล็กกระเด็นออกมาเป็นจำนวนมาก นั้นอาจเกิดจากการปรับไฟแรงเกินไปหรือช่องว่างระหว่างชิ้นงานกับลวดเชื่อมห่างกันเกินไป การประกอบชิ้นงานก่อนทำการเชื่อมก็เช่นกัน ค่าที่แนะนำช่องว่างที่จะเชื่อมระหว่างชิ้นงานชิ้นที่ 1 ถึงชิ้นที่ 2 ควรมีระยะห่างอยู่ที่ 3 - 5 MM. แต่หากชิ้นงานที่มีความหนามากกว่า 15 MM. ควรมีการอุ่นชิ้นงานด้วยการเผาชิ้นงาน ที่ความร้อนประมาณ 150 OC แต่ต้องควบคุมความร้อนไม่ไห้เกิน 200 OC ก่อนทำการเชื่อม

แสดงความคิดเห็น(ยอดรวม0หมายเลขของผู้ใช้ความคิดเห็น)

  • คุณยังไม่ได้แสดงข้อคิดเห็น
รวมทั้งหมด 0 บันทึก, แบ่งออกเป็น1 หน้า. หน้าแรก ก่อนหน้า หน้าต่อไป หน้าสุดท้าย
ชื่อผู้ใช้: บุคคลทั่วไป
E-mail:
ระดับ:
เนื้อหา:
รหัสยืนยัน: captcha